นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรี เจ้าเล่ห์

นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรี เจ้าเล่ห์

วันนี้จะมาเล่า นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรี เจ้าเล่ห์ ให้ฟังกัน เรื่องราวจะเป็นยังไงมาอ่านกันเลย

นกอินทรีกับสุนัขจิ้งจอกได้อาศัยอยู่ที่ใกล้ ๆบริเวณป่าเดียวกัน มันเคยให้สัญญาว่า จะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน...นกอินทรี

จะทำรังอาศัยอยู่บนยอดต้นไม้ ส่วนสุนัขจิ้งจอกนั้นก็ทำรังอาศัยอยู่ที่โคนต้นไม้ซึ่งเป็นโพรงเล็กๆต้น หนึ่ง

วันหนึ่งนกอินทรี ออกบินหาเหยื่อเพื่อจะนำกลับไปให้กับลูก ๆของมันไปทั่ว ๆป่า แต่วันนี้หาเท่าไหร่ ๆ ก็ไม่ได้เหยื่อ

อะไรเลยสักอย่าง และก็พอดีตอนนั้นมันได้มองลงไปเห็นรังของสุนัขจิ้งจอกซึ่งสร้างเป็นโพรงไว้ อยู่ที่ใต้โคนต้นไม้เข้า ลูก ๆ

ของ สุนัขจิ้งจอกกำลังออกมาชะเง้อคอคอยแม่สุนัขจิ้งจอกที่ได้ออกไปหาเหยื่อมาให้ กับลูก ๆ ของมันกินกันอยู่พอดีเหมือนกัน

แม่นกอินทรีเมื่อมองลงไปและเห็นว่าที่หน้าโพลงของสุนัขจิ้งจอกนั้น ได้มีแต่ลูก ๆ ของสุนัขจิ้งจอกอย่างเดียวก็ดีใจ " แม่ของ

พวกมันไม่อยู่ มีแต่ลูก ๆ ตั้งสามตัวแน่ะ.. เอาไปสักตัวคงจะไม่เป็นไรหรอกนะ.. " มันคิดอย่างเห็นแก่ตัวอย่างที่สุดเลยหละ

มันคิดว่าที่อยู่ของมันนั้นสูง สุนัขจิ้งจอกคงจะไม่มีปัญญาที่จะปีนป่ายขึ้นมาเอาลูกของมันคืนไปได้ และคงไม่มีทางที่จะทำ

อะไรมันได้อย่างแน่นอนเสียด้วย แล้ว ในขณะที่นกอินทรีกำลังบินถลาลงไปเพื่อจะเฉี่ยวเอาลูกสุนัขจิ้งจอกขึ้นมาอยู่ นั้น

ก็พอดีกับเป็นเวลาที่ แม่ของสุนัขจิ้งจอกได้คาบหนูตัวหนึ่งกลับมาที่โพลงของมันเข้าพอดี ลูก ๆ

ของสุนัขจิ้งจอกเมื่อมองเห็นแม่เข้า ก็ร้องกัน ขึ้นด้วยความดีใจ " เย้..เย้..แม่กลับมาแล้ว " แต่..ในฉับพลัน !

ทันทีนั้นก็มีเสียงตีปีกดังขึ้น " พรืบ..พรืบ " แล้วต่อหน้าต่อ

ตาของแม่สุนัขจิ้งจอกนั้นเลยทีเดียวที่เป็นจังหวะที่แม่นกอินทรีก็บินโผถลา ร่อนลงมา มันกางเล็บที่แหลมคมของมันกาง

เหยียดออก แล้วตะครุบเฉี่ยวเอาลูกของสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งได้ก็บินทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ไปในทันที แม่

สุนัขจิ้งจอกเมื่อเห็นดังนั้นมันตกใจมาก จนหนูที่มันคาบอยู่ในปากเพื่อจะเอามาให้ลูกกินกันนั้นล่วงตกลงมาจาก ปากเลยทีเดียว

" อ๊ะ ! ..ลูกแม่ " มันมองจ้องจับสายตาไปที่แม่นกอินทรีอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตาเลยทีเดียว แล้ว วิ่งตามไปติด ๆ อย่างไม่ลดละ

แล้วเมื่อมันตามมาทันจนถึงต้นไม้ที่เป็นรังของแม่นกอินทรีแล้ว.... มัน

ก็เฝ้าคร่ำครวญร้องขอลูกคืนต่อแม่นกอินทรีอย่างน่าเวทนาว่า " ได้โปรดเถิด คืนลูกให้กับฉันเถิด เธอก็มีลูกเหมือนกัน

ไม่ใช่หรือ? นึกว่าเห็นแก่หัวอกแม่ด้วยกันด้วยเถิด " แต่แม่นกอินทรีนั้นมันกลับตอบกลับมาอย่างจองหองที่สุดว่า " ลูก ๆ

ของฉันกำลังหิวกัน จะแย่อยู่แล้ว แต่..ถ้าเธออยากจะที่ได้ลูกของเธอคืนละก็..ก็ปีนขึ้นมาเอาไปสิ..ถ้าปีนขึ้น มาได้ละก็..ฉัน

ก็จะให้คืน ว่ายังไงปีนขึ้นมาให้ได้สิ " แม่นกอินทรีพูดแบบวางก้ามและท้าทาย เมื่อ แม่สุนัขจิ้งจอกได้ฟังดังนั้น

มันก็รีบที่จะปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อเอาลูกคืนทันทีเหมือนกัน แต่ ! ไม่ว่ามันจะกางเล็บแล้ว เอาจิกลงไปในผิวไม้

เพื่อที่จะพยายามปีนขึ้นไปเท่าไหร่ ๆ มันก็ไม่สามารถที่จะปีนขึ้นไปบนต้นไม้นั้นได้ " นี่ ฉันจะทำยังไงดี ล่ะ

ลูกของฉันจะต้องโดนกินเป็นอาหารของนกอินทรีเสียแล้วหรือนี่ " มันได้แต่ร้องให้คร่ำครวญปานน้ำตาจะเป็นสายเลือด

และเมื่อมันหมดหนทางที่จะคิดปีนขึ้นไปบนต้นไม้ได้ มันจึงมองหาหนทางอื่นที่จะเอาลูกคืนให้ได้ไปรอบ ๆทั่วบริเวณนั้น.... แล้ว !

พลันมันก็ได้มองไปเห็นคบไฟที่มีคนจุดเอาไว้เข้า... "อ๊ะ...นั่นไฟนี่ เมื่อร้องขอกันดี ๆ แล้วไม่คืนให้

ทีนี้ฉันก็ต้องใช้วิธีสุดท้ายแล้วหละ " เมื่อมันคิดได้ดังนั้นแล้ว ก็วิ่งไปคาบเอา คบไฟที่มันได้มองเห็นนั้นมา

แล้วตะโกนบอกกับแม่นกอินทรีด้วยเสียงอันดังว่า " จงคืนลูกมาให้กับฉันเสียดี ๆ ถ้าไม่อย่าง นั้น

ฉันจะเอาไฟนี่เผาต้นไม้ต้นนี้เสีย..เธอก็คงจะรู้นะว่าถ้าต้นไม้โดนเผาแล้วละ ก็ ทั้งเธอและลูกของเธอก็จะโดนย่างตาย กันจนหมด

เร็ว ๆ รีบคืนลูกให้กับฉันเสียดี ๆ ฉันจะเผาแล้วนะ ! ได้ยินไหม? " แม่ นกอินทรีเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ตกใจ

เพราะสำหรับมันน่ะแค่บินหนีไปเสียก็หมดเรื่อง แต่ลูก ๆ ของมันสิ เพิ่งจะแตก ออกมาจากใข่เมื่อไม่นาน และยังบินไม่ได้

มันจึงรีบตาเหลือกตาลานบอกกับแม่สุนัขจิ้งจอกว่า " ยอม..ยอม..ฉันยอม คืนลูกให้กับเธอแล้ว เดี๋ยวอย่าเพิ่งจุดไฟนะ ฉันยอมแล้ว "

ดังนั้นด้วยการเป็นเช่นนี้มันจึงยอมคืนลูกให้กับแม่สุนัขจิ้งจอก

ไป...ให้แต่โดยดี

นิทานเรื่องนี้ให้คติสอนใจ และสอนให้รู้ว่า อันธพาลและพวกที่ชอบระรานผู้อื่นนั้น

จะต้องมีวันถูกตอบแทนผลชั่วเข้าสักวันหนึ่ง............. (จบบริบูรณ์)


ร่วมแสดงความคิดเห็น


captcha


Back to top